สรุปการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ ที่วัดเขาวง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
เนื่องจากช่วงนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา ต่อด้วยวันเข้าพรรษา
นอกจากเป็นวันหยุดแล้ว ก็ยังถือเป็นวันดีที่ได้มาอยู่วัด
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๑๕ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๗ รวมเป็นเวลา ๓ วัน ๒ คืน
เรียกได้ว่า อิ่มบุญ กันทั้งวันเลยทีเดียว
๑๑๑๑๑
วันศุกร์ที่ ๑๕
มาถึงวัดประมาณเที่ยงๆบ่ายๆ ก็ลงชื่อปฎิบัติธรรม และเข้าที่พัก
ที่อาคาร ๑ หลังจากนั้นก็หลับยาวจนถึงเย็น
ตกค่ำ มาไหว้พระในอุโบสถ และเวียนเทียน
เป็นการเวียนเทียนที่เงียบที่สุดเท่าที่เคยเวียนเทียนมา
เพราะทุกคนตั้งใจระลึกถึงความดี ไม่มีเสียงดังรบกวน
เสร็จสิ้น กลับมาพักผ่อน เป็นการนอนด้วย "เสื่อผืน หมอนใบ" ครั้งแรก
และได้รู้ว่า นอนพื้นมันเจ็บจริงๆ
๑๑๑๑๑
วันเสาร์ที่ ๑๖
ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยการใส่บาตร
จากนั้น ทานอาหารเช้า การกินอยู่ที่นี่ดูจะไม่ขัดสน
อาหารมีให้เลือกมากมาย เหมือนบุฟเฟต์
รู้สึกการมาอยู่วัดแบบนี้ ชักจะสบายเกินไปแล้ว ไม่ดีๆ
เนื่องจากคนมาปฏิบัติธรรมกันเยอะ ทำให้ไม่ได้ทำวัตรเช้า
สายๆ ก็เริ่มง่วง หลับไปครู่หนึ่ง
ตื่นมา ได้เวลาเดินจงกรม ก็หาไม่เจอว่าเขาเดินกันที่ไหน
ดีว่าดวงอยากเดินไปที่รถ จึงได้ไปทันเดินจงกรมพอดี
หลังจากนั้นมานั่งฟังเสียงตามสาย ของหลวงพ่อ
เหมือนรู้! เรื่องที่เทศน์นั้นตรงกับเรื่องที่กำลังสงสัยพอดี
ทั้งความโกรธ และเรื่องคู่ นี่เป็นครั้งที่ ๑
ตอนบ่าย นั่งมโนมยิทธิ
เป็นครั้งแรกที่ ลืมตาทำมโนมยิทธิ
แต่มีสมาธิใช้ได้เหมือนกัน ได้พิจารณาร่างกาย
และพระท่านสอนเรื่องคู่ นี่เป็นครั้งที่ ๒
หลังจากนั้นมาสนทนาธรรมกับหลวงตา
หลวงตาสอนให้ผูกจิตไว้กับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ถ้าอะไรจะดึงขาไว้ก็ช่างมัน (กิเลส) แต่มือห้ามปล่อยเด็ดขาด (พระนิพพาน)
และสอนเรื่องคู่ นี่เป็นครั้งที่ ๓
จากนั้น เรียนเดินจงกรม ๒ แบบ ความจริงมีหลายแบบ
แล้วแต่เราจะกำหนดให้ถี่ (ละเอียด) ขนาดไหน
ตกเย็น ทำวัตรเย็น และสนทนาธรรมกับหลวงตา
จนถึง ๓ ทุ่ม ได้เวลาพักผ่อน
๑๑๑๑๑
วันอาทิตย์ที่ ๑๗
ตื่นเช้ามาใส่บาตรเช่นเดิม
การกินอาหารที่นี่ จะตักอาหารทุกอย่างใส่ในจานใบเดียว และมีช้อน ๑ คัน
ระหว่างที่กินผลไม้ซึ่งเปื้อนข้าว และน้ำแกงนั้น
ก็ฉุกคิดได้ว่า อาหารที่เรากินเข้าไปก็ต้องผสมปนเปกันอย่างนี้
ความคิดวันนี้จึงตรงข้ามกับเมื่อวาน
กินอาหารเช้าเสร็จ ก็ได้ทำวัตรเช้าสมใจ
จากนั้น เดินจงกรมใหญ่ ฟังเสียงตามสาย และร่วมถวายภัตตาหาร
เสร็จสรรพแล้วจึงเก็บข้าวของคืน สิ้นสุดการมาปฏิบัติธรรม
ก็ได้เวลา พบปะ ครอบครัว พอดี
จึงร่วมกันถวายสังฆทาน และบริจาคตามกำลังทรัพย์
๑๑๑๑๑
การมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้ อิ่มบุญ และเป็นสุขใจ
ได้ฝึกสติเกือบทุกเวลา ฝึกระงับนิวรณ์ให้น้อยลง
ได้ทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้ท่านทั้งหลาย
และที่สำคัญได้คำตอบจากหลวงพ่อ (เกิดขึ้นในใจ)
อย่างที่ตั้งใจขอไว้ก่อนไป
ถือว่าคิดไม่ผิด และคุ้มค่าจริงๆ
๑๑๑๑๑
เนื่องจากช่วงนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา ต่อด้วยวันเข้าพรรษา
นอกจากเป็นวันหยุดแล้ว ก็ยังถือเป็นวันดีที่ได้มาอยู่วัด
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๑๕ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๗ รวมเป็นเวลา ๓ วัน ๒ คืน
เรียกได้ว่า อิ่มบุญ กันทั้งวันเลยทีเดียว
๑๑๑๑๑
วันศุกร์ที่ ๑๕
มาถึงวัดประมาณเที่ยงๆบ่ายๆ ก็ลงชื่อปฎิบัติธรรม และเข้าที่พัก
ที่อาคาร ๑ หลังจากนั้นก็หลับยาวจนถึงเย็น
ตกค่ำ มาไหว้พระในอุโบสถ และเวียนเทียน
เป็นการเวียนเทียนที่เงียบที่สุดเท่าที่เคยเวียนเทียนมา
เพราะทุกคนตั้งใจระลึกถึงความดี ไม่มีเสียงดังรบกวน
เสร็จสิ้น กลับมาพักผ่อน เป็นการนอนด้วย "เสื่อผืน หมอนใบ" ครั้งแรก
และได้รู้ว่า นอนพื้นมันเจ็บจริงๆ
๑๑๑๑๑
วันเสาร์ที่ ๑๖
ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยการใส่บาตร
จากนั้น ทานอาหารเช้า การกินอยู่ที่นี่ดูจะไม่ขัดสน
อาหารมีให้เลือกมากมาย เหมือนบุฟเฟต์
รู้สึกการมาอยู่วัดแบบนี้ ชักจะสบายเกินไปแล้ว ไม่ดีๆ
เนื่องจากคนมาปฏิบัติธรรมกันเยอะ ทำให้ไม่ได้ทำวัตรเช้า
สายๆ ก็เริ่มง่วง หลับไปครู่หนึ่ง
ตื่นมา ได้เวลาเดินจงกรม ก็หาไม่เจอว่าเขาเดินกันที่ไหน
ดีว่าดวงอยากเดินไปที่รถ จึงได้ไปทันเดินจงกรมพอดี
หลังจากนั้นมานั่งฟังเสียงตามสาย ของหลวงพ่อ
เหมือนรู้! เรื่องที่เทศน์นั้นตรงกับเรื่องที่กำลังสงสัยพอดี
ทั้งความโกรธ และเรื่องคู่ นี่เป็นครั้งที่ ๑
ตอนบ่าย นั่งมโนมยิทธิ
เป็นครั้งแรกที่ ลืมตาทำมโนมยิทธิ
แต่มีสมาธิใช้ได้เหมือนกัน ได้พิจารณาร่างกาย
และพระท่านสอนเรื่องคู่ นี่เป็นครั้งที่ ๒
หลังจากนั้นมาสนทนาธรรมกับหลวงตา
หลวงตาสอนให้ผูกจิตไว้กับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ถ้าอะไรจะดึงขาไว้ก็ช่างมัน (กิเลส) แต่มือห้ามปล่อยเด็ดขาด (พระนิพพาน)
และสอนเรื่องคู่ นี่เป็นครั้งที่ ๓
จากนั้น เรียนเดินจงกรม ๒ แบบ ความจริงมีหลายแบบ
แล้วแต่เราจะกำหนดให้ถี่ (ละเอียด) ขนาดไหน
ตกเย็น ทำวัตรเย็น และสนทนาธรรมกับหลวงตา
จนถึง ๓ ทุ่ม ได้เวลาพักผ่อน
๑๑๑๑๑
วันอาทิตย์ที่ ๑๗
ตื่นเช้ามาใส่บาตรเช่นเดิม
การกินอาหารที่นี่ จะตักอาหารทุกอย่างใส่ในจานใบเดียว และมีช้อน ๑ คัน
ระหว่างที่กินผลไม้ซึ่งเปื้อนข้าว และน้ำแกงนั้น
ก็ฉุกคิดได้ว่า อาหารที่เรากินเข้าไปก็ต้องผสมปนเปกันอย่างนี้
ความคิดวันนี้จึงตรงข้ามกับเมื่อวาน
กินอาหารเช้าเสร็จ ก็ได้ทำวัตรเช้าสมใจ
จากนั้น เดินจงกรมใหญ่ ฟังเสียงตามสาย และร่วมถวายภัตตาหาร
เสร็จสรรพแล้วจึงเก็บข้าวของคืน สิ้นสุดการมาปฏิบัติธรรม
ก็ได้เวลา พบปะ ครอบครัว พอดี
จึงร่วมกันถวายสังฆทาน และบริจาคตามกำลังทรัพย์
๑๑๑๑๑
การมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้ อิ่มบุญ และเป็นสุขใจ
ได้ฝึกสติเกือบทุกเวลา ฝึกระงับนิวรณ์ให้น้อยลง
ได้ทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้ท่านทั้งหลาย
และที่สำคัญได้คำตอบจากหลวงพ่อ (เกิดขึ้นในใจ)
อย่างที่ตั้งใจขอไว้ก่อนไป
ถือว่าคิดไม่ผิด และคุ้มค่าจริงๆ
๑๑๑๑๑
คาถาเมตตา พระอรหัง สุคโต ภควา นะ เมตตาจิต
1 ความคิดเห็น:
สาธุ สาธุ สาธุ
เดือนหน้าวันแม่หยุดไหม ศ ส อา ถ้าหยุดก็ไปกันอีก ทีนี้จะไปนอนกลดแล้ว ;D
แสดงความคิดเห็น