20 ตุลาคม 2560

ปริศนาปัญหาเชาว์...งั้นหรอ?!?!

เปิด Facebook เลื่อนดูไปเรื่อยๆ เจอ link ปริศนาปัญหาเชาว์ ด้วยความอยากรู้ ลองเปิดอ่านหน่อยสิ และนี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดตอบ...

1. คุณกำลังขับเครื่องบินจากลอนดอนไปเบอร์ลิน พร้อมผู้โดยสาร 2 คนที่ไปต่อเครื่องที่กรุงปราก คำถามคือ นามสกุลของกัปตันเครื่องบินคืออะไร

คิดในใจ... กะจะให้ตอบนามสกุลตัวเองอ่ะดิ แล้วทำไมต้องเป็นกัปตันเป็นคนขับเครื่องบินเท่านั้นละ ผู้ช่วยนักบินขับเครื่องบินได้มะ เราจะเป็นผู้ช่วยนักบินแล้วขับเครื่องบินไม่ได้หรอ

2. คุณเดินเข้าไปยังห้องๆหนึ่งที่มืดสนิท ภายในห้องมีเตาแก๊ส ตะเกียงน้ำมันก๊าด และเทียนไข คุณมีไม้ขีดไฟที่อยู่ในกล่องเพียงก้านเดียวในกระเป๋าของคุณ คุณจะเลือกจุดอะไรก่อน

คิดในใจ... อ้าว เราจะเลือกจุดอะไรก่อนก็เรื่องของเราไหมวะ ถ้าตอบไม่ตรงคือเราผิดหรอ ก็ถามเองนิว่าเราจะจุดอะไร

นี่กะจะให้เราตอบจุดไม้ขีดไฟอ่ะดิ จะได้ไปจุดอย่างอื่นต่อได้ แต่ถ้าเราไม่ได้อยากจุดอะไรละ หรือเราพกโทรศัพท์มือถือแล้วเปิด flashlight ในมือถือได้มะ

ละก็เลิกทำละ อย่างนี้เหมือนข้อสอบโรงเรียนอ่ะ เดาใจว่าคนตั้งคำถามจะเฉลยอะไรมากกว่า อย่าเรียกว่าปัญหาเชาว์เลย 😕

19 ตุลาคม 2560

เปิดครัว...แม่อ้อม

🐤 ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทย ก็รู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นมาก
ถามว่าคิดถูกไหมที่ตัดสินใจแบบนี้... คำตอบก็คือ มันดีเสมอ

งานไม่หนักมาก มีเวลาดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย

ตอนนี้ก็น่าจะน้ำหนักเบาสุดในรอบ 10 กว่าปี
ที่ทำมาตลอด 3 เดือน ทั้ง weight training + cardio และกินคลีน ลดหวาน มัน เค็ม แล้วก็เลิกโกโก้ได้ด้วย ก็เริ่มเห็นผลแล้ว ;)

น้ำหนักลงไปประมาณ 7 กิโล หุ่นดีขึ้นด้วย เพราะกางเกงที่เคยใส่มานานกลับหลวมมาก (พีคสุดตอนก่อนกลับจากมาเลย์ น้ำหนักพุ่ง 60 กิโล! ก็ enjoy eating แถมไม่ได้ขยับตัวเลยอ่ะนะ... shock สิคะ รีบลดด่วน!)


ตอนนี้ชอบทำอาหารมากกก... รู้สึกสนุกที่ได้เดินช้อปปิ้งเลือกของ ละก็ได้ลองทำอาหารใหม่ๆ ส่วนมากก็หน้าตาประมาณนี้


แม้ว่าตอนนี้น้ำหนักจะค้างๆ แต่ก็คิดว่าจะทำต่อไปเรื่อยๆก่อน จนกว่าจะหมดกำลังใจ แล้วดูว่ามันจะเป็นยังไง กับการทดลองที่เอาตัวเข้าแลกนี้ 🍎

ปิดท้ายด้วยดอกไม้ในสวน(ระเบียง) ☘


03 ตุลาคม 2560

เรื่องเล่าคืนนี้

ก็อาทิตย์ที่ผ่านมากลับบ้านไปงานบวช ก็เจอญาติ เจอคนนู้นคนนี้มาคุยใช่ม้า คือ บางทีก็ไม่เข้าใจว่า เราดูโง่ ดูทำอะไรไม่เป็น ทุกวันนี้คือพ่อแม่ทำทุกอย่างให้ งี้หรอ?!


เรื่องที่ 1

ญาติผู้ใหญ่เห็นรถเรา ก็คุยๆกันว่าคนเล็กกะทัดรัด
แล้วก็ถามเราว่า 'ทำไมไม่ให้ป๊าซื้อคันใหญ่ให้ละ'
(คิดในใจ) เอ๊า! เห็นชั้นงอมืองอเท้า ไม่ได้ทำงานหรอ
แต่ก็ตอบกลับไปว่า 'นี่เก็บเงินเอง'

แหม เราไม่รบกวนเงินที่บ้านหรอก



เรื่องที่ 2

ก็คุยกับเพื่อนป๊าคนนึง เรื่องถมที่จะสร้างบ้าน
เขาก็พูดว่า 'ตอนนี้ดินขึ้นราคา ดีนะที่ป๊าตัดสินใจถมที่เร็ว'

(คิดในใจ) ฉันนี่แหละ ที่ฝากให้ถมที่ คนจะสร้างบ้านน่ะคนนี้ แต่ก็ยิ้มตอบกลับไปว่า 'ค่ะ'


เรื่องที่ 3

อันนี้คนละแนวกับ 2 เรื่องแรก

คือมีเพื่อนของญาติผู้ใหญ่มางานด้วย (ซึ่งทางบ้านก็ไม่มีใครรู้จักหรอกนะ ไม่เคยเห็นหน้า)

เขาก็ติดรถเราไปวัด คือมาอาศัยรถเค้าแล้ว ยังจะพูดจากระแนะกระแหนว่า 'ขอบคุณที่แขนขายังอยู่ครบ'

รอบแรกเราฟังแล้ว ก็ไม่ตอบอะไรนะ ก็แวะพักกินข้าว
กินข้าวเสร็จ ขึ้นรถ ไม่จบ มีรอบสองอีก

เลยสวนกลับไปว่า 'นั่งคันอื่นก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ เมื่อกี้บนโต๊ะกินข้าว เขาคุยกันก็เหยียบกันมาทั้งนั้น'
ก็เราออกตามหลังมาประมาณ 10 นาที ไม่เห็นจะได้แซงซักคน ก็แปลว่าคนอื่นก็ต้องขับเท่ากันหรือเร็วกว่า
คนขับเขากะได้อยู่แล้ว ช่วงถนนโล่ง ช่วงขึ้นเขา เขาก็ต้องมั่นใจแล้วว่าคุมรถอยู่

วันต่อมา ป๊ามาวานให้ไปส่งญาติๆ(รวมถึงคนนี้)ที่กรุงเทพ ก็เลยถามป๊าม้าไปว่า 'ถ้าเขามีปัญหาอีก อ้อมถามเขาได้มั้ยว่า "ให้ไปส่ง บขส. ไหมคะ" '

แต่ป๊าม้าห้ามไว้ ก็จะไม่พูด... รอบนี้ขึ้นรถมา ก็ไม่ได้พูดอะไรละ แต่รอบหน้าที่จะมางาน(ที่ไม่ได้เชิญ)อีก ก็เชิญเสด็จไปนั่งคันอื่นได้เลยค่ะ อย่าคิดว่าอายุมากแล้วจะพูดจายังไงก็ได้ ยิ่งอายุมาก ยิ่งต้องคิดได้สิ ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด

.....

ทั้งหมดนี้อยากบอกว่า พ่อแม่ได้อบรมสั่งสอนค่ะ เรื่องที่ไม่ดี ขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว เพราะนี่คือความแรงส่วนตัว 555+