02 ตุลาคม 2554

มีนิทานมาให้อ่าน

ตัดมาจากหนังสือการ์ตูน
แค่ 2-3 หน้า แต่ลึกซึ้งมาก (ไม่ได้ถ่ายหน้าแรกมาด้วย)

เรื่องมีอยู่ว่า

คนปรุงโอสถต้องการเด็กมาเฝ้าหม้อปรุงโอสถ แต่มีข้อแม้อยู่ว่า ระหว่างที่เฝ้าหม้อนั้นจะต้องไม่พูดอะไรเลย
มีเด็กคนหนึ่งมาสมัคร คนปรุงโอสถจึงได้ทำการทดสอบ

เด็กคนนั้นตกไปในห้วงภวังค์...


.....

คำสอนจริงๆไม่ต้องพูดเยอะ เท่านี้ก็สะกิดใจและเตือนสติได้
ตอนอ่านเรื่องนี้ก็คลายข้อสงสัยและทำให้ฉุกคิดได้ว่า
ไม่มีสิ่งใดที่คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ครอบคลุม แต่ตัวเราเองต่างหากที่ยังไม่เข้าใจคำสอนนั้น
(พอดีมีเรื่องคาใจอยู่)

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกนี้ ไม่ใช่ความตาย แต่เป็นโมหะ

.....

รูปสุดท้ายนี้จะบอกว่า ดอกพุดบานแล้ว :) คุ้มค่ากับการรอคอย ปลูกมาได้ 1 เดือนกว่า

5 ความคิดเห็น:

ป้า กล่าวว่า...

แล้วที่คาใจนั้นคืออะไร(วิตก)
เมื่อจิตมีวิมุตติแล้ว(สัมมาสังกัปปะ)
เมื่อใคร่ควรด้วยเหตุด้วยผล(โยนิโสนมสิการ)
รู้แจ้งเห็นจริง(สภาวธรรม)
ปัญญาก็เกิด(สัมมาสติ,สัมมาทิฎฐิ)
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
ยถา สัพพีติโย วิวัตชันตุฯ

Suporn กล่าวว่า...

สาธุ สาธุ

ป๊า กล่าวว่า...

ม่าม้ามีความสงกะสัยโมหะเรื่องอะไร
ประมาณอยากรู้อะ
โปรดเล่าแจ้งแถลงไข
หากเรื่องนั้นมิใช่เป็นความลับส่วนตั้วส่วนตัว

Suporn กล่าวว่า...

มีกามฉันทะ มีโลภะ มีโทสะ ก็เท่ากับ มีโมหะ

ความคิดที่ว่า คำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่สามารถใช้กับชาตินี้ได้ ชีวิตนี้ได้ เป็นความคิดของผู้ที่ไม่รู้จริง เป็นผู้มีโมหะ และยังเป็นต้นตอของวิจิกิจฉา 1 ในนิวรณ์ 5

เพราะฉะนั้น โมหะ จึงเป็นตัวที่ร้ายที่สุด

คิดได้แล้วจึงรู้ตัวว่า เรานี่ยังเลวอยู่

เอวัง

ป๊า กล่าวว่า...

สาธุ สาธุ นึกว่าอะไร
ที่แท้ก็เจริญวิปัสนาญาณนี้เอง
โมหะคือความหลงอันประกอบด้วย
๑ ฉันทะ ความพอใจ พอใจในนิวรณ์ ๕
๒ ราคะ ความยินดีในโลกสมบัติ สวรรค์
สมบัติ
รวมความแล้ว โมหะก็คือ อวิชชา
เอวัง