08 ตุลาคม 2559

Batu Caves

เขาว่ากันว่า ผู้หญิงเข้าใจยาก ก็คงจริงละน้อ เพราะชีวิตดิชั้นมันเข้าใจยาก


*******

ตอนจบ ม.6 มีคนถามว่า ไปเรียนไหน ตอบอย่างภาคภูมิใจเลยว่า ม.เกษตร

หลังจากนั้น ขุ่นแม่ก็มาเล่าให้ฟังว่า มีคนมาคุยว่า เห็นว่าลูกสาวไปเรียนทำเกษตร

= = '  (นี่... สมัยนั้น ใครเข้าวิดวะกะเสด มันเจ๋งมากเลยนะ รู้มั้ย พูดซะเสียหายหมดเลย)

*******

ถึงวัยทำงาน ขุ่นแม่คุยกะเพื่อนว่า ไปทำ IT ให้บริษัทขนมปัง

เพื่อนขุ่นแม่ถามว่า ลูกสาวทำขนมปังยี่ห้ออะไร จะได้ไปซื้อ

= = ' (ไม่ขาย!!)

*******

ล่าสุด กลับบ้าน มีคนถามว่า เดี๋ยวนี้ไปอยู่ไหน ไม่เห็นหน้าตั้งนาน

อยู่มาเลค่ะ

พี่มีเพื่อนไปทำงานอยู่มาเลเหมือนกัน อยู่ร้านนวด

= = ' (ไม่เหมือนมั้งงง)

*******

ว่าแล้วคนอยู่มาเล ก็หาเที่ยวมาเลดีกว่า ช่วงนี้พอจะมีเวลาให้เถลไถล หาความสุขไปตามเรื่องตามราว

วันศุกร์เลิกงาน ก็ไปแด๊ดแด๋ แถว digital mall





วันเสาร์ก็ไป บาตู เคฟ (Batu Caves)

บาตู เคฟ >> สิ่งที่คิด


บาตู เคฟ >> สิ่งที่เห็น


งานซ่อมแซมเป็นเรื่องธรรมด๊าาา (ไม่ว่าจะเที่ยวจีน เยอรมัน ปีนัง)






ตรงทางเดินก็มีแผงตั้งขายของกิน ของฝาก วาด Henna ...

Henna คือแบบนี้ ( รูปจาก Google )




เซลฟี่เก็บไว้เป็นที่ระทึก


นี่...ที่มาของลิงถือลูกท้อ 

( รูป ผู้ชายถือลิงถือลูกท้อ จาก Google )

ภายใน Temple Cave



ได้ยินเสียงดนตรีมาแต่ไกล กำลังทำอะไรน้อ
เดินเข้าไปดูดีก่า...




เห็นเอาอะไรทาที่แท่นนั้น แล้วก็ราดด้วยน้ำบ้าง น้ำนมบ้าง
ทุกครั้งจะสลับด้วยการถือกระดิ่ง และเทียนวนรอบๆแท่น
ทำอยู่หลายรอบเหมือนกัน
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็คลุมด้วยผืนผ้าสีทอง



อันนี้เป็นวิวเมือง มองจากด้านบน

 ต่อไปก็จะเข้าถ้ำ Dark Cave แล้ว
  

ก่อนเข้าไปด้านใน จะมีป้ายบอกสัตว์ที่พบในถ้ำ

ระหว่างรอรอบ ก็นั่งดูลิงไปพลางๆ

ค่าเข้า 35 ริงกิต ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
เพราะก็เคยเที่ยวถ้ำบ่อยๆ แต่พอเข้าไปแล้ว...
เฮ้ย มันดีอ่ะ 

ไกด์เขามีลำดับการเล่าเรื่อง เหมือนค่อยๆบิวด์ แล้วพอเห็นมันก็ ว้าว
ได้สาระความรู้ดีมาก มีมุขตลกด้วย
และที่สำคัญคือ ไม่คิดว่าจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตในถ้ำจริงๆ

( รูปอาจจะเบลอๆหน่อย ไม่ได้ใช้ Samsung Galaxy S7 แสงน้อยก็สวย
แต่ของจริงสวยมาก )

อันนี้พี่ไกด์เล่าว่า... น้ำที่ซึมผ่านลงมาจากบนถ้ำ มันก็ชะเอาหินปูนมาด้วย
ด้านบนเกิดเป็นหินย้อย (stalactite) 
และด้านล่างก็มาจากด้านบนที่หยดลงมา เกิดเป็นหินงอก (stalagmite) 
เวลามันชนกันก็กลายเป็นแท่งแบบนี้ ซึ่งใช้เวลานานมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ


ส่วนอันนี้คือมันเกิดตามผนัง ก็เลยเป็นคลื่นตามไปด้วย (curtain)
แต่ว่าหักได้เหมือนกัน


เดินมาถึงตรงนี้ ลมพัดแรงมาก หนาวเลย
พี่ไกด์ชี้ให้ดูทางขวามือว่า มีแสงสลัวๆอยู่ ลมพัดเข้าจากทางนั้น
แปลว่ามีทางออก
เวลาหลงในถ้ำ ก็ให้หาแสงสว่าง หรือให้เลาะไปตามผนัง ก็จะเจอทางออก



อันนี้หินปูนที่ไหลลงพื้น แต่ว่าพื้นมันลาดเอียง 
ก็จะเห็นมันเป็นจุดๆไหลไปทางด้านขวา


อันนี้เป็นบริเวณที่แสงแดดส่องถึง ด้านบนก้อนหินจะเห็นสีเขียวๆ
เนื่องจากพืชสังเคราะห์แสงได้


ก่อนกลับ แวะมาห้างใกล้ๆบ้าน 
Sunway Giza




นึกถึงห้าง นึกถึง Sunway

ไม่มีความคิดเห็น: