23 ตุลาคม 2561

ความคิดที่ได้จากการไปเลห์ครั้งนี้

สิ่งที่อยู่ในความคิดเกือบตลอดเวลา ก็คือ อากาศหนาวมาก ทรมานมาก เวลาที่ได้ทำตัวเองให้อุ่นขึ้น เช่น ใช้แผ่นแปะความร้อน ได้อาบน้ำอุ่น ดื่มชาร้อน ได้ถุงน้ำร้อน มันทำให้มีความสุข

เวลาที่อยู่เมืองไทย แม้จะอากาศร้อน แต่มันไม่ได้ทรมานจนอยากหนีไปที่อื่น (แบบที่คนเลห์ก็ทำในหน้าหนาว) นั่นคือความสุขแล้ว เรามักจะมองข้ามความสุขเล็กๆน้อยๆตรงนี้

อาหารการกินที่นี่ ไม่ถึงกับขาดแคลน มีไข่ เนื้อไก่ เนื้อแพะ แต่ไม่ถึงกับอุดมสมบูรณ์ รสชาติอาหารใช้ได้   เนื่องจากเพาะปลูกไม่ได้ (ก็ต้องนำเข้ามาจากต่างเมือง) ผักใบหากินได้ยากมาก นี่ก็คงเป็นอีกจุดหนึ่งที่เรามองข้ามความสุขที่ได้ทานอาหารดีๆและหลากหลายที่เมืองไทย

สิ่งที่ทำให้ผ่านแต่ละวันไปได้ ก็คือ การมีเพื่อนร่วมทางดีๆ ที่ได้สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ และทำให้ทริปสนุกขึ้นนั่นเอง 😊

โปรแกรมการเดินทาง

Day 1 Leh Palace, Tsemo view point
Day 2 Basgo Monastery, Alchi Monastery, Lamayuru Monastery, Moonland, Gaira & Mangyu Village
Day 3 Sham Village, Shanti Stupa, Leh Market
Day 4 Nubra Valley via Khardongla Pass, Sand Dune Hunder, Hunder Monastery
Day 5 Turtuk Village
Day 6 Diskit Monastery
Day 7 Pangong Lake via Changla Pass & Shyok River
Day 8 Leh and around – Shey Monastery

Leh Palace



แม่น้ำ 2 สี


แถวๆ moon land


ใช้ชีวิตอยู่ในรถคันนี้ วันละหลายชั่วโมง!


Leh Market


Pass 







สุดเขตอินเดีย ติดปากีสถาน 



ผ่าน Pass แบบอุณหภูมิติดลบ! 

Pangong Lake 






เยี่ยมบ้านเจ้าของทัวร์คนพื้นเมือง ใส่ชุดเพื่อนเจ้าบ่าว

ไม่มีความคิดเห็น: