วันที่ 1
ทรมานมาก เหมือนมาฝึกความอึดมากกว่าฝึกสมาธิ
นั่งสมาธิ 2 ชั่วโมงครึ่ง [14.30-17.00] ได้พักดื่มน้ำปานะ + ทานผลไม้ 1 ชั่วโมง
แล้วมานั่งสมาธิ 1 ชั่วโมง + ฟังธรรมะบรรยาย + นั่งสมาธิต่ออีก รวม 3 ชั่วโมง [18.00-21.00]
แล้วคือดึกไง ถ้าย้ายมาเป็นตอนเช้า & บ่าย ยังรู้สึกดีกว่า
นั่งไปก็หิวไป รู้สึกหิวทั้งวัน ไม่มีสมาธิเลย
🌸🌸🌸
วันที่ 2
วันนี้เที่ยงขอพนักพิง ตอนบ่ายก็รู้สึกนั่งสมาธิได้ดีขึ้นมาก เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บางอย่างก็ไม่ต้องทนหรอก
และตอนแรกเลือกฟังธรรมะบรรยายภาษาไทย แต่วันนี้นั่งฟังภาษาอังกฤษ sub ไทย ดีกว่าเยอะเลยแหะ
ภาษาไทยมีแต่เสียง อันนี้เป็นวีดีโอที่ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าบรรยาย ค่อยน่าติดตามหน่อย
แต่ไม่ชอบเสียงสวดมนต์ของท่านอาจารย์โกเอ็นก้าเลยอ่ะ
🌸🌸🌸
วันที่ 3
- เมื่อคืนปวดท้องแหะ ครบ 10 วันกลัวโรคกระเพาะกำเริบจัง
ทำ IF ยังไม่ต้องทนหิวแบบนี้เลย รู้เลยว่า ไม่สามารถทำ IF ด้วยผักผลไม้ได้หรอกนะ
- รู้สึกทำอะไรๆก็ต้องรีบไปหมด กินข้าว 17.00-17.45 แต่ก็ต้องรีบมาอาบน้ำแปรงฟันก่อนปฏิบัติรวมตอน 6 โมงเย็น ตอนเช้าอยากนั่งจิบโกโก้ชิวๆ ยังไม่ได้เลย ชีวิตที่ไม่ต้องทำอะไรแต่ทำไมมันรีบจังนะ
- วันนี้นั่งสมาธิได้ดีกว่าวันที่ 2
🌸🌸🌸
วันที่ 4
รู้สึกหลับดีกว่าที่กรุงเทพแหะ เพราะอะไรนะ กินน้อย? ไม่มีมือถือ? อากาศดี?
🌸🌸🌸
วันที่ 5
- กิจกรรมน้อยเกิน อยากหาอย่างอื่นทำบ้าง
ขนาดส่งผ้าซักชิ้นละ 8 บาท อย่างมากก็จ่ายไม่เกิน 40 บาท แค่ค่าผงซักฟอกที่ซื้อมาเองก็ 10 บาทแล้ว ยังยอมซักผ้าเองทุกวันเลย
ถ้าถามว่า จะมาอีกไหม ตอบ: ไม่
ถ้าถามว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะมาไหม ตอบ: ก็มาแหละ เพาะก็อยากลองสักครั้งให้รู้
- คำสอนนึงที่ชอบ คือ ไม่ reaction ว่าชอบ/ไม่ชอบ กับสิ่งที่มากระทบ ก็คือ อย่าปรุงแต่ง (สังขาร)
เพราะสังขาร [ของจิตสุดท้ายก่อนตาย] นำให้ไปเกิด ต้องไม่มีตัวเรา ถึงจะหลุดพ้น
🌸🌸🌸
วันที่ 6
ประสบการณ์นั่งสมาธิเมื่อกี๊สุดยอดเลย
ปกติต้องดูเวทนาไปตามร่างกาย แต่เบื่อๆ ก็เลยมาทำอานานปานแทน ก็แค่คิดว่ามีสมาธิสัก 1 ลมหายใจก็ยังดี กลายเป็นว่า แนบแน่นมาก ฟุ้งซ่านไม่ได้เลย ดูลมหายใจเข้าออกไปเรื่อยๆ ก็เริ่มหาลมหายใจไม่เจอ แต่รู้แหละว่ายังหายใจอยู่ มือก็เริ่มหนัก ขาก็หนัก รู้สึกแขนพองๆ พอจะกลับมาดูเวทนา ก็ทำไม่ได้ละ หามือกับขาไม่เจอ จำไม่ได้ด้วยว่าตัวเองวางมือยังไง บนผ้าคลุมหรือใต้ผ้าคลุม หาสัมผัสไม่เจอ คิดว่าคงชาไปหมดแล้วแน่ๆ หมดเวลาเมื่อไรคงได้นั่งอีกนานกว่าจะหายชา แล้วก็เห็นแสงวิบวับๆเลยนั่งดูต่อไปเรื่อยๆ
พอสัญญาณหมดเวลาดัง ออกจากสมาธิ อ้าว มือไม่ชานี่นา ขาก็ไม่ชาเลยสักนิด พอลุกขึ้นยืน เฮ้ย! ไม่เมื่อยสักนิดเลย
นั่งอีกรอบตอนเย็น ปวดขามาก แต่ทำไงได้ 1 ชั่วโมงนี้เขาไม่ให้ลุกนี่นา ก็เลยเอาวะ! เป็นไงเป็นกัน ปวดก็ปวดไปคงไม่ตาย นั่งสักพัก ความปวดหายไปเฉยเลย ละก็เหมือนครั้งที่แล้ว นั่งเสร็จก็ไม่ได้เมื่อยเลย
แต่ค่ำนี้คือ อยากนอนที่ห้องตัวเอง อยากกินขนมคลีน ถั่วธัญพืชก็ได้ อยากได้มือถือ ไม่ไหวแล้ว อยากได้ความบันเทิง T^T
🌸🌸🌸
วันที่ 7
- เหมือนเริ่มเข้าใจวิปัสสนาแล้ว
ร่างกายนี่สอนเราหลายอย่างเหมือนกันนะ
1.
อย่างตอนที่ท้องเสีย ร่างกายก็ซ่อมแซมตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนได้
แต่ทำไมจิตใจเราไม่ทำแบบนั้นบ้าง เราควรจะเอาแบบอย่างร่างกายนะ อะไรซ่อมได้แล้วก็ให้มันผ่านไป
2.
ตอนนั่งสมาธิ ก็เห็นว่ารู้สึก [มีเวทนา] อย่างนี้ๆ แล้วก็ผ่านไปดูจุดต่อไป
ร่างกายนี้เป็นเหมือนอุปกรณ์ให้เรามาศึกษา เราได้ตัวผู้หญิง ชื่อนี้ หน้าตานี้ ความรู้ความสามารถแบบนี้
เราก็เป็นเพียงผู้ดูแล้วก็ผ่านไป เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ใช่ตัวเรา อะไรเกิดขึ้น ก็เพียงรู้ว่ามันเกิดขึ้น
เราไม่ใช่ร่างกายที่ชื่ออ้อม ไม่ใช่ร่างที่เป็นผู้หญิง ร่างกายจะท้องเสีย ท้องอืด ก็เป็นเรื่องของร่างกาย ไม่ต้องไปชอบหรือไม่ชอบ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไร
จิตสุดท้ายก่อนตาย จะต้องไม่ปรุงแต่ง [craving / aversion] จะได้ไม่เกิดอีก
- ช่วงค่ำนั่งสมาธิแล้วรู้สึกร้อนมาก เหมือนเหงื่อออกเลย แต่พอเลิกนั่ง ในห้องก็อุณหภูมิปกตินี่นา
- เบื่อมาก เหมือนชีวิตมีแต่ กิน-ซักผ้า-นั่งสมาธิ-กิน-นั่งสมาธิ แล้วก็หิวมาก กลับไปตบะแตกแน่ๆ
🌸🌸🌸
วันที่ 8
สุดยอดเลย คือเมื่อวานท้องอืดใช่ม้า สงสัยมื้อเช้าเมื่อวานกินผัดผักบุ้งเยอะไป แล้วมื้อเที่ยงเมื่อวานมีแกงจืด ผักลวก+น้ำพริก มันต้มขิง คืออยากกิน แต่กินไปนิดเดียว เสียใจมาก คือถ้ารู้ว่าตอนเที่ยงจะมีแต่ของโปรด ตอนเช้าจะไม่กินผัดผักบุ้งเลย [มันไม่มีผักมา 2-3 มื้อติดแล้วอ่ะ]
ก็เลยคิดว่าถ้าเที่ยงวันนี้ได้อาหารแบบเมื่อวานก็คงดี แต่ก็เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเขาเปลี่ยนกับข้าวทุกมื้อ
ปรากฏว่า ตอนเที่ยง เขาเอากับข้าวเมื่อวานมาวางด้วยละ เย้! ก็เลยได้กินสมใจเลย ซึ่งปกติเขาก็ไม่เอากับข้าวเมื่อวานมาวางนะ ทำไมถึงเป็นจริงได้ละเนี่ย!!
🌸🌸🌸
วันที่ 9
สุดยอดเลย จุด peak อยู่วันที่ 9 ช่วงเช้า [9.15-11.00] นี่เอง ชอบแล้ว! รู้สึกคุ้มค่าที่มาแล้ว!
น่าจะได้ดูเวทนาข้างในร่างกายตั้งนานแล้ว แต่จริงๆก็อาจจะต้องค่อยๆทำมาก็ได้มั้ง
ตอนนั่งสักพักนึงมันปวดขามากแบบต้องขยับแล้วนะ จะตายให้ได้ หายใจถี่และแรงมาก
และมันตรงกับตอนที่ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าพูดว่า "อุเบกขา อุเบกขา อุเบกขา"
[อ้อ แล้วปกติจะใส่เสื้อกันหนาวกับคลุมผ้าที่ขา แต่ตอนแรกกะจะกลับไปที่ห้อง ก็เลยไม่ใส่เสื้อกันหนาวไม่คลุมขา ตอนนี้ก็เลยทั้งปวดขาทั้งหนาว]
ก็เลยอดทน ขยับไม่ได้นะ พอผ่านไปได้คือโล่งเลย มันไม่ได้หายปวดหรอก แต่มันไม่สนใจแล้ว
ก็เลยได้ดูเวทนาในร่างกายต่อไปได้เรื่อยๆ และได้รู้ว่า ดูเวทนา ก็แขนขาหายได้เหมือนกัน
เลยเข้าใจแล้วว่า คนที่นั่งนิ่งเหมือนท่อนไม้เป็นยังไง ไม่ได้ตั้งใจ แต่มันขยับไม่ได้จริงๆ หาแขนขาตัวเองยังไม่เจอเลย ก็คงจะนั่งตัวแข็งทื่อ
ตอนแรกที่กะว่าพอเขาปล่อยจะออกมาที่ห้องพักส่วนตัว พอท่านอาจารย์โกเอ็นก้าพูดว่า "วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ปฏิบัติอย่างจริงจัง จะอยู่ที่ห้องปฏิบัติรวมต่อหรือจะที่พักส่วนตัวก็ได้" ไม่กลับละ นั่งต่อที่นี่แหละ กลัวสมาธิหลุดด้วย อยากนั่งต่อ ยังไม่อยากออก หรือมันออกไม่ได้ก็ไม่รู้ จังหวะนั้นออกจากสมาธิไม่ถูก
ทีนี้พอหาแขนขาไม่เจอแล้ว จะดูเวทนาต่อก็ไม่ได้ แต่ลมหายใจยังรู้สึกนี่นา เลยนั่งดูลมหายใจแทน
ผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ก็คิดว่าพอละดีกว่า เดี๋ยวจะสวดมนต์ในใจรอจนหมดเวลา
พอตัดสินใจแบบนั้น อยู่ๆนิ้วชี้ด้านซ้ายก็กระตุก แล้วความรู้สึกที่มือก็กลับมา ก็เลยสวดมนต์แล้วก็สวดคาถาเงินล้าน สวดจบก็สัญญาณดังพอดี
ก็ลองลุกขึ้นยืน แขนขาไม่ชา ไม่มีอาการอะไรเลยสักนิด เดินได้ปกติมาก
» วิธีดูเวทนานี้เอามาใช้กับตอนดูลมหายใจก็ได้นะเนี่ย คือ ร่างกายจะเป็นยังไงก็ช่างมัน ขอดูลมหายใจอย่างเดียว ก็เป็นสมาธิแนบแน่นดี
😇
วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นเต็มไปหมดเลย ช่วงบ่าย [15.45-17.00] ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าพูดว่า "เห็นข้างในร่างกาย กลาปะสั่นสะเทือน กระดูกสันหลังก็แตกสลายเป็นภังคญาณ" อยู่ๆก็รู้สึกเส้นเลือดที่มือเต้นตุบๆๆ แล้วท่านอาจารย์ก็พูดต่อว่า "วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ปฏิบัติอย่างจริงจัง จะอยู่ที่ห้องปฏิบัติรวมต่อหรือจะที่พักส่วนตัวก็ได้" คำพูดวัดใจอีกแล้ว นั่งต่อสิ เดี๋ยวความรู้สึกหาย
ก็เลยนั่งดูต่อไปเรื่อยๆ โห รู้สึกเส้นเลือดที่ข้อมือเต้น รู้สึกถึงการเต้นของหัวใจเลย รู้สึกเส้นเลือดที่ข้อมือฉีดเลือดไปที่มือแล้วก็กระจายไปเต็มฝ่ามือ รู้สึกความสั่นสะเทือนที่มือเล็กๆจากตรงกลางฝ่ามือแล้วขยายเป็นวงออกไป รู้สึกถึงการเต้นของเส้นเลือดตั้งแต่ขอบตาบนถึงหน้าผาก มีกล้ามเนื้อกระตุกตรงนู้นตรงนี้ตามร่างกาย รู้สึกเส้นประสาทส่งสัญญาณว๊าบตรงสะบักด้านหลังซ้ายจากด้านนอกเข้ามาตรงกลางหลัง
ดูสนุกมาก ละก็สัญญาณดังละ รอบนี้เพลินจริงๆ ไม่รู้ว่าเราสามารถรับรู้อะไรได้ขนาดนี้มาก่อนเลย [ไม่รู้มันถูกจริงๆตามหลักกายวิภาคหรือเปล่าหรอกนะ แต่มันรู้สึกแบบนั้น]
🌸🌸🌸
วันที่ 10
วันนี้ให้พูดคุยกันได้แล้ว สมาธิแตกซ่านไปเลยจ้า นั่งสมาธิไม่ได้เลย เรื่องที่เพิ่งคุยกันมามันไหลเข้ามาในหัวเต็มไปหมด รู้แล้วว่าทำไมต้องปิดวาจา
🌸🌸🌸
ถ้าถามความรู้สึกตอนนี้ ตอบ: โชคดีมากที่ตัดสินใจมา
ถ้าถามว่า จะมาอีกไหม ตอบ: ต่อไปขอศูนย์ลำพูน 555+
ถ้าถามว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะมาไหม ตอบ: ต้องมานะ เป็นประสบการณ์ที่ดีจริงๆ
เหมือนมาผ่าตัดใหญ่อย่างที่ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าพูดไว้จริงๆ
แล้วมันทำให้เราเข้าใจอะไรเพิ่มมากขึ้นเยอะเลยอ่ะ เพิ่งเข้าใจว่าเวทนาสติปัฏฐานเป็นยังไง
อย่างภาคปฏิบัติก็ทำให้รู้ว่า 2 วิธีนี้ [วิธีที่เราเคยทำมากับวิธีนี้] มันเชื่อมโยง/ประยุกต์ใช้กันได้
[รูปนี้ search google มิได้ถ่ายเอง หุๆ]
🌸🌸🌸


.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น