อย่าเก็บคำพูดของคนอื่นมาคิดให้รกพื้นที่สมอง โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเอง หรือสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจ หากจะคิดต้องคิดในเชิงบวก ใช้เป็นเเรงผลักดันให้คุณก้าวหน้ามากขึ้น ถ้าไม่คิดก็ไม่ทุกข์
หลายๆ คนอาจจะเคยเจอกับเหตุการณ์ฝังใจที่ทำให้รู้สึกแย่สุดๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งชีวิตของเราจะต้องจมอยู่กับความรู้สึกเศร้าแบบนั้นไปทั้งชีวิต เพียงแค่คุณลองปล่อยวางดูบ้างก็จะช่วยให้จิตใจของคุณดีขึ้นเยอะเลยล่ะ
คนที่ไม่มีความสุขมักมองเห็นว่าตัวเองเป็นผู้เคราะห์ร้ายและไม่สามารถนำตัวเองออกจากวังวนนั้นได้เลย ซ้ำร้ายยังเป็นการทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปเสียอีก เพราะว่าไม่มีความพยายามจะทำอะไรให้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
...
ตัวตนนั้นไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก แต่เป็นสิ่งที่จิตสร้างขึ้นมาเอง ซ้ำยังไปยึดมั่นสำคัญหมายว่าเป็นสิ่งจริงแท้ ความหลงดังกล่าวเป็นรากเหง้าของการไปยึดอะไรต่ออะไรมาเป็น “ตัวกู ของกู” อีกมากมาย ไม่เพียงยึดร่างกายนี้ หรือทรัพย์สมบัติรอบตัวว่าเป็น “ ตัวกูของกู”เท่านั้น แม้แต่ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ ทั้ง ๆ บวกและลบ ก็ยังยึดว่าเป็น “ตัวกู ของกู” ผลก็คือ เมื่อความเครียดเกิดขึ้น ก็สำคัญมั่นหมายว่า “กูเครียด” เมื่อเกิดทุกขเวทนาไม่ว่ากับกายหรือใจ ก็ยึดมั่นสำคัญหมายว่า “กูทุกข์”
รากเหง้าของความทุกข์ทั้งปวงจึงเกิดจากความยึดติดถือมั่นว่าเป็น “ตัวกู ของกู” ต่อเมื่อปล่อยวางจากความยึดติดดังกล่าว จึงจะหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ อะไรเล่าที่จะทำให้เกิดการปล่อยวางดังกล่าวได้ คำตอบก็คือ ปัญญาที่แลเห็นความจริงว่า ไม่มีอะไรที่น่ายึดถือ หรือยึดถือว่าเป็นตัวตนได้เลยแม้แต่อย่างเดียว
อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ปัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ได้ ก็คือความหลงว่าสิ่งทั้งปวงนั้นอยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของเรา และสามารถใช้มันปรนเปรอสร้างสุขแก่เราได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อใดก็ตามที่ตระหนักว่าแท้จริงแล้วไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้เลย แถมยังเต็มไปด้วยทุกข์จนไม่น่ายึดถือหรือน่าเอาด้วยซ้ำ จิตก็ปล่อยวางสิ่งทั้งปวงทันที
“ตัวตนที่อมทุกข์”นั้นไม่น่ายึดถืออีกต่อไป “ตัวตนที่อมทุกข์”นี้เป็นสิ่งที่จิตปรุงแต่งขึ้นมาเอง
ในสมัยพุทธกาล มีภิกษุและภิกษุณีหลายรูปที่หลุดพ้นจากทุกข์ได้เพราะถูกทุกข์บีบคั้นอย่างหนักจนเห็นว่าขันธ์ทั้ง ๕ คือร่างกายและจิตใจนั้นไม่น่ายึดถือแม้แต่น้อย
ความทุกข์สามารถเปิดใจให้เกิดปัญญาได้ แต่ปัญญาจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อจิตไม่จมดิ่งอยู่ในความทุกข์อย่างสิ้นเชิง
หากไม่มีสติเพื่อพลิกจิตให้เห็นทุกข์แล้ว ก็ยากที่จะเกิดปัญญาจนอยู่เหนือทุกข์ได้ ตรงข้ามความทุกข์นั้นเองกลับผลักให้ไปหาตัวตนใหม่ด้วยหวังว่าจะเป็นสรณะสำหรับหลบทุกข์ได้ แต่นั่นเป็นความหลงอีกอย่างหนึ่ง เพราะตราบใดที่ยังยึดติดถือมั่นว่ามีตัวตนอยู่ ก็ต้องมี “กู ผู้ทุกข์”อยู่ร่ำไป
อิสรภาพจากตัวตน
พระไพศาล วิสาโล
1 ความคิดเห็น:
เห็นความทุกข์ในทุกขอริยสัตย์
ไม่ไปทุกข์ในสิ่งที่เป็นทุกข์
จงเดินออกจากทุกข์นี้
เท่าที่กำลังเรามี วิ่งได้ก็วิ่ง
วิ่งไม่ไหวก็เดิน เหนื่ยนักก็พักก่อน
จะเร็วจะช้าก็ถึงฝั่งแน่นอน
แสดงความคิดเห็น