01 สิงหาคม 2564

Gratitude Journal / ขอบคุณที่คิดบวก #1

คงไม่แปลกที่ช่วงนี้ฉันจะรู้สึกหดหู่

นี่คือจุดต่ำสุดในชีวิตหรือเปล่า

ไม่ใช่เรื่องการงาน ไม่ใช่เรื่องการเงิน

แต่เป็นเรื่องสภาพจิตใจ

นั่นเป็นสาเหตุที่ทำไม ฉันถึงมีหนังสือจิตวิทยากองอยู่เต็มโต๊ะ ทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เคยเหลียวมองหนังสือประเภทนี้เลยด้วยซ้ำ

ภายในเวลาไม่กี่เดือน ฉันอ่านหนังสือจิตวิทยาจบไปหลายเล่มเป็นประวัติการณ์

อย่างเช่น ชีวิตติดปีกด้วยศิลปะแห่งการช่างแม่ง, วะบิซะบิ แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต, และเล่มล่าสุดที่เพิ่งจบไป เดอะท็อปซีเคร็ต

หนังสือเล่มนี้ จุดประกายให้ฉันเริ่มเขียน Journal ที่ไม่ใช่แค่สมุดบันทึกชีวิตประจำวัน แต่เป็น Gratitude Journal เพราะอยากพิสูจน์ว่า มันจะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจฉันได้จริงๆ

 

จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากไหน เขากล่าวว่า ถ้าเราเขียน Gratitude Journal ไม่ได้ แปลว่าใจเรายังไม่ละเอียดพอ

 

ใช่! ฉันเขียนไม่ออก ไม่รู้ว่าจะขอบคุณอะไร

 

วันแรก ทำได้แต่เพียงนึกย้อนกลับไปว่าที่ผ่านมา มีอะไรดีๆเกิดขึ้นในชีวิตบ้าง ก็ขอบคุณสิ่งนั้นก่อนก็แล้วกัน (ถอยหลังไปถึง 4 ปีเชียว)

 

จนวันหนึ่ง พี่สาวชวนออกไปซื้ออาหารญี่ปุ่นมาทานที่ห้อง

ฉันสั่งเมนูโปรด ปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน

แน่นอน มันอร่อยมาก! และทันใดนั้น

 

เข้าใจแล้ว!

 

ฉันรู้สึกขอบคุณพ่อครัว ขอบคุณที่เขามาทำงานในวันนั้น รอออเดอร์ของฉัน และทำอาหารอร่อยๆ

ขอบคุณชาวประมง ที่ออกไปหาปลา

ขอบคุณพนักงานขนส่ง ที่นำปลามาส่งที่ร้าน

และขอบคุณพี่สาว ที่ชวนมาสั่งอาหารร้านนี้

 

สิ่งที่เราทำ อาจมีคุณค่ากับใครสักคนหนึ่ง

หากวันไหนที่ฉันไม่มั่นใจว่าจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับฉันไหม ฉันก็จะเริ่มวันนั้นด้วยการทำสิ่งดีๆเสียเอง เช่น บริจาคเงินให้โรงพยาบาล เพื่อสร้างโรงพยาบาลสนามและซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ยังขาดแคลน

ไม่มีความคิดเห็น: